[Talk]มะละกอ2ผล กับคำว่า "พอเพียง" และ "ทางสายกลาง"
posted on 20 Nov 2009 22:52 by wonian in talkสวัสดีเพื่อนๆชาว exteen ทุกคนค้าบ~~~~~~~~~~~~~
หายตัวไปเข้าค่ายยุวกาชาดที่อ.ปากช่องตั้งแต่วันพุธ-ศุกร์ ไม่ได้แตะคอมตั้งสามวัน คิดถึ้ง~คิดถึง ><
//กอดคอมด้วยความรัก
......เลิกพูดไร้สาระแล้วเข้าประเด็นดีกว่านะ =w=;;
ก็...ครับ หนีไปเข้าค่ายมาสามวันสองคืน ที่ค่ายสุทธสิริโสภา ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาครับ
ที่เนี่ย............(จิ๊กรูปจากบล็อกเพื่อนมา พอดีขี้เกียจ ฮาา ยืมหน่อยนะแก
)
*จากข้างล่างข้อความที่เป็นข้อมูลคร่าวๆของค่ายนี้จะเป็นส่วนที่ผมอ้างอิงมาจากเว็บโรงเรียนผมนะครับ*
ค่ายสุทธสิริโสภามีเนื้อที่ 98 ไร่ครับ(ในเว็บบอกตอนสร้างค่ายได้ที่มา 70 ไร่ แล้วซื้อเพิ่มอีก 28 ไร่ คงถูกนะ) สามารถรับนักเรียนได้ประมาณ 350 คน เป็นค่ายเปิดที่ผู้อื่นสามารถเช่าเพื่อจัดประชุม สัมมนา หรือจะมาพักผ่อนก็ได้ โดยติดต่อกับทางโรงเรียนราชินีเพื่อแจ้งความประสงค์ครับ
ภายในค่ายประกอบด้วยอาคารที่พักของนักเรียน 4 หลัง แต่ละหลังบรรจุนักเรียนได้ประมาณ 70-75 คน ห้องน้ำ ห้องประชุมใหญ่ ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องพักสำหรับครูชาย เรือนรับรอง 20 ห้อง ห้องละ 3 คน มีห้องน้ำพร้อมแอร์พร้อม มีห้องสัมมนาและห้องปฐมพยาบาลครบ มีอาคารเรียนพิเศษ 4 ห้องพร้อมอุปกรณ์การเรียน มีเรือนรับรองพิเศษพร้อมเรือนผู้ติดตาม มีฐานสำหรับนักเรียนฝึกและสนามกีฬา ปัจจุบันกำลังทำการก่อสร้างสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 25*50 บรรยากาศภายในค่ายเงียบสงบ เห็นทิวทัศน์รอบด้านได้ชัดเจน มีภูเขาล้อมรอบ อากาศสดชื่นเย็นสบาย ให้ความรู็สึกที่สบายและแตกต่างจากเมืองกรุง
....เมื่อยนิ้วได้อีก Orz
วันที่ผมไปค่าย คืนแรกดาวสวยมากๆเลยครับ เป็นคืนเดือนมืดแถมท้องฟ้าเปิดโล่ง เห็นดาวกะพริบระยิบระยับเต็มฟ้า เห็นดาวตกด้วยครับ!! แต่....ไม่ได้ขอพร เพราะมันตกไปซะก่อน(แง~)
เข้าค่ายงวดนี้ได้ฝึกกับครูฝึกทหารที่มาจากกรมรักษาดินแดนครับ การฝึกก็เลยออกจะแนวรด.นิดหน่อย แต่ไม่เทียบเท่าครับ(ขืนฝึกแบบรด.จริงๆกลับมาคงเดี้ยงกันพอดี =w=) บางครั้งก็รู้สึกโหดไปหน่อย แต่ก็สนุกดีนะ ^^
ครูฝึกทุกคนเห็นหน้าตาดุๆ แต่ใจดีนะครับ เป็นกันเองกับนักเรียนทุกคน ดูแลนักเรียนที่มาเข้าค่ายแบบละเอียดยิบไม่มีบกพร่องเลย
..........โดยเฉพาะครูนพ(ปกติพวกนักเรียนรวมผมเรียกครูเขาแบบนี้ แต่ไม่รู้เขียนชื่อถูกรึเปล่า ผิดก็ขออภัยครูเขาด้วยนะครับ =/\=) คนนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เด็ดขาด แอร๊ยยยย
ครูนพเป็น 1 ในครูฝึกทหารที่มาฝึกนักเรียนที่มาเข้าค่ายครั้งนี้ครับ เวลาฝึกครูนพจะจริงจัง แต่เวลานันทนาการ.....
ผมปลื้มมุข+เสียงหัวเราะครูมากครับ มันได้อีกอ่ะ ได้อีกกกกก
โดยเฉพาะท่าเต้นเพลงนั้น.............................................................
มันสุดยอดมากเลยครับครู!! ผมไม่อาจเต้นเทียบครูได้เลยจริงๆ ข้าน้อยขอคารวะ 3 จอก -/\-
อีกจุดหนึ่งที่ผม...และนักเรียนอีกหลายๆคนปลื้ม....ไม่ใช่สิ นับถือดีกว่า คือการพูดของครูนพครับ...
ครูนพสามารถพูดให้นักเรียนที่มีความคิดแตกต่างกัน ให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ด้วยคำพูดที่..........บรรยายไม่ถูกเลยครับ
โดยเฉพาะเรื่องนั้น.....................เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง(เข้าเรื่องหัวบล็อกแล้ว เฮ~~~~~~~)
ครูนพใช้แค่มะละกอ 2 ผลที่แตกต่างกัน สอนนักเรียนทุกคนให้เข้าใจถึงความหมายของคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" และ "ทางสายกลาง"
ครูนพทำแบบนี้ครับ............................
ครูนพให้นักเรียน 1 คนออกมาหาครู แล้วยื่นมะละกอสุกให้ 1 จาน จากนั้นจึงให้นักเรียนคนนั้น "ทาน" มะละกอจานนั้น 1 ชิ้น........
เมื่อนักเรียนคนนั้นกลืนมะละกอชิ้นนั้นลงท้อง ครูนพก็ถามว่า "มะละกอที่เธอทานเข้าไปเป็นยังไง?"
นักเรียนคนนั้นตอบว่า "หวาน อร่อย"
ครูนพถามต่อว่า "มะละกอสุกจานนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง?"
นักเรียนคนนั้นตอบว่า "มะละกอสุกช่วยในด้านการขับถ่าย มีวิตามินซีสูง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และทำให้ผิวพรรณดี"
ครูนพไม่พูดอะไรต่อ แต่หยิบถาดที่มีมะละกอดิบที่สับไว้อยู่ขึ้นมา แล้วเรียกนักเรียนออกมา 1 คน เพื่อทานมะละกอดิบนั้น.........
ครูนพถามนักเรียนคนนั้นว่า "มะละกอดิบรสชาติเป็นยังไง?"
นักเรียนคนนั้นตอบว่า "จืด ไม่อร่อย"
ครูนพไม่พูดอะไร แต่หยิบจานมา 1 จาน หยิบเส้นมะละกอดิบที่สับแล้วใส่ลงไปในจาน ใส่น้ำปลา น้ำตาลปึก มะนาว พริก และกุ้งแห้งลงไป.......
ครูนพสมมติให้จานที่ใส่ของผสมนั้นผ่านการตำ ปรุงรส จัดแต่งเรียบร้อยแล้ว และเรียกมันว่า "ส้มตำ"
ครูนพถามนักเรียนคนนั้นว่า "เธอเคยทานส้มตำมั้ย?"
นักเรียนคนนั้นตอบว่า "เคยค่ะ"
ครูนพถามต่อว่า "ส้มตำที่เธอเคยทาน มีรสชาติเป็นยังไง?"
นักเรียนคนนั้นตอบว่า "ก็....อร่อยดี มีเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด เหมือนส้มตำทั่วๆไป"
ครูนพหันมาถามนักเรียนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมว่า "ใครเคยทานส้มตำที่แพงที่สุดบ้าง? บอกครูหน่อยว่าส้มตำจานนั้นราคาเท่าไหร่?"
เสียงดังอื้ออึงในห้องประชุม มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาเบาๆว่า "เคยกินส้มตำกุ้งจานละ 200"
ครูนพให้นักเรียนทุกคนเงียบ แล้วถามว่า "ถ้าอย่างนั้น มะละกอสุก 1 ลูกที่เคยเห็นราคา มีราคาเท่าไหร่?"
เสียงดังอื้ออึงในห้องประชุม พอจับใจความได้ว่า ถูกกว่าส้มตำ 1 จานมาก.......
ครูนพให้นักเรียนทุกคนเงียบ แล้วบอกให้นักเรียนที่ถือมะละกอสุกอยู่ ทานมันไปเรื่อยๆ............
ครูนพสมมติให้นักเรียนคนนั้นทานมะละกอสุกอยู่ที่บ้าน แล้วให้นักเรียนที่ถือจานส้มตำสมมติ ทำท่ากำลังทานส้มตำจานนั้นอยู่...........
ครูนพสมมติให้นักเรียนคนนั้นทานส้มตำอยู่ที่ร้าน แล้วหันมาถามกับนีกเรียนคนอื่นๆว่า "ส้มตำ 1 จาน กว่าจะได้กินเราต้องทำอะไรบ้าง?"
เสียงดังอื้ออึงในห้องประชุม พอจับใจความได้ว่า ต้องหาร้าน เดินทาง สั่งรายการ พอทานเสร็จก็ต้องจ่ายเิงิน........
ครูนพให้นักเรียนทุกคนเงียบ แล้วถามต่อว่า "แล้วมะละกอสุก 1 จาน กว่าจะได้กินต้องทำอะไรบ้าง?"
เสียงกังอื้ออึงในห้องประชุม พอจับใจความได้ว่า ซื้อมาทานที่บ้าน หรือถ้าปลูกไว้อยู่แล้วก็เก็บมากินเลย.........
ครูนพให้นักเรียนทุกคนเงียบ แล้วพูดต่อว่า..........
"มะละกอดิบ 1 ผล เอาไปสับให้เป็นเส้น เติมน้ำปลา น้ำตาลปึก มะนาว พริก กุ้งแห้ง และอื่นๆอีกมากมาย แล้วนำไปตำ จัดใส่จาน ถึงจะได้ส้มตำมา 1 จาน ให้เราเดินทางไปเพื่อทานมัน.............
มะละกอสุก 1 ผล ซื้อมาหรือเก็บจากที่ปลูกเองมาปอกทานที่บ้าน ไม่ต้องเติมน้ำปลา น้ำตาลปึก มะนาว พริก กุ้งแห้ง หรืออะไรๆทั้งสิ้น เพียงแค่ผ่า ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นๆ จัดใส่จาน แล้วนั่งทานอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียเงินใดๆ.............
ส้มตำ 1 จาน ต้องเสียเงินค่าส้มตำ เสียค่าแรงที่ออกเดินทางไปหาร้าน เสียสุขภาพเพราะส้มตำมักทำให้ท้องเสีย ส่วนมะละกอสุก 1 จาน ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องเสียแรง ไม่ต้องเสียสุขภาพ..............
ส้มตำ 1 จาน เปรียบได้กับความไม่พอดีของมนุษย์ ที่มีกิเลสอยู่ในจิตใจ ต้องปรุงแต่ง ต้องเสียแรงกายแรงใจโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนมะละกอสุก 1 จาน เปรียบได้กับความพอดีของมนุษย์ ที่พอใจในสิ่งที่มีอยู่ ไม่ต้องปรุงแต่ง ไม่ต้องเสียแรงกายแรงใจโดยใช่เหตุ..............
คำว่าพอเพียง ก็เปรียบได้กับมะละกอสุก 1 จาน คือพอใจกับรสชาติหวานอร่อยของเนื้อมะละกอสุกที่ไม่ผ่านการปรุงรส แต่งหน้าตา เป็นแค่มะละกอสุกธรรมดาๆ..........
หากสังเกตให้ดี คำว่าพอเพียง ก็มีที่มาจากคำว่าทางสายกลาง คือพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ไม่โหยหามากกว่านี้ ไม่อดมากกว่านี้ พอใจกับปัจจุบัน ไม่อาลัยอาวรณ์อดีต ไม่เพ้อฝันถึงอนาคต แต่อยู่กับความเป็นจริง.........
หากยังคงอยากได้สิ่งต่างๆ ยังคงหลงไหลในสิ่งที่ผ่านการปรุงแต่ง ผ่านการรังสรรค์รูปร่างเพื่อหลอกตา ก็ยังไม่เรียกว่พอเพียง หรือทางสายกลาง ความพอใจและยินดีกับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่กังวลกับอดีตที่ผ่านมา ไม่ฝันถึงอนาคตในวันข้างหน้า อยู่กับความพอดี ไม่ต้องการมากกว่านี้ และไม่ลดอะไรมากกว่านี้ แบบนี้แหละ คือความพอเพียง และทางสายกลางด้วย........"
เมื่อครูนพพูดจบ เสียงปรบมือก็ดังอื้ออึงไปทั้งห้องประชุม..........
หลังจากวันนั้น ผมรู้สึกว่าตัวผมได้เข้าใจถึงคำว่า "พอเพียง" และ "ทางสายกลาง" ขึ้นเยอะเลยล่ะครับ......
เพื่่อนนักเรียนคนอื่นๆก็คงคิดแบบเดียวกับผม.......
ผมขอเป็นสื่อกลาง ที่จะถ่ายทอดคำพูดของครูนพ ครูฝึกทหารจากกรมรักษาดินแดนที่ผมเคารพรัก ไปสู่เพื่อนๆชาว exteen ที่ได้สละเวลาเข้ามาเยี่่ยมชม มาอ่าน มาทำความเข้าใจกับคำว่า "พอเพียง" และ "ทางสายกลาง" ให้มากขึ้นครับ..........
หวังว่าเอนทรี่นี้ จะมีประโยชน์แก่เพื่อนๆทุุกคนนะครับ............
ขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านนะครับ และจะยินดีอย่างยิ่งหากข้อความในเอนทรี่นี้ จะมีประโยชน์แก่เพื่อนๆทุกคนที่ได้เข้ามา o(_ _)o
เจอกันเอนทรี่หน้าครับ ^^/